25/11/51

เคล็ดลับเคลียปัญหาหัวใจ

แล้ววันนี้ถ้าใครรู้สึกเหนื่อยกับหัวที่รู้สึกว่าเจอแต่ปัญหาก็ลองมาอ่านเคล็ดลับดูได้น่ะ

สัญญาณหัวใจเป็นสัญญาณของชีวิต เพราะก้อนกลมๆก้อนนี้ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันหล่อเลี้ยงชีวิตและร่างกายของเราให้คงอยู่ และก่อนที่มันจะสายอย่าปล่อยให้หัวใจของเราอ่อนแอลงทุกวันๆเลย สถิติการเป็นโรคหัวใจของคนไทยสูงขึ้นทุกวัน ถ้าเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบ้าง เพื่อโรคภัยไข้เจ็บไม่มากล้ำกรายในภายภาคหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินจะเริ่มต้น ถนอมเขาหน่อยดีกว่าไหม ถนอมใจคนอื่นคุณยังทำได้ แต่กับหัวใจตัวเองถึงเวลาแล้วที่ต้องหันกลับมาเหลียวแลบ้าง


เคล็ดลับแรก เริ่มที่...อาหาร
อาหารที่เหมาะกับหัวใจ ที่ควรจะบริโภคได้แก่ ปลาทะเล (จะดีกว่าปลาน้ำจืดนิดหน่อย) ผัก ผลไม้ ไวน์วันละแก้ว

ส่วนเบียร์ได้แค่ 2 กระป๋อง หรือ 1 ขวดใหญ่ นี่คือปริมาณต่อวัน เปลี่ยนจากอาหารทอดเป็นย่าง เปลี่ยนเมนูเนื้อเป็นปลา
ทานผลไม้ทั้งเปลือก เช่น ฝรั่งหรือแอปเปิ้ล วิตามินชั้นดีอยู่ในนั้น กินไข่แต่พอดี อายุมากแล้ว สัปดาห์ หนึ่งไม่ควรเกิน 4 ฟอง เพราะไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูงถ้าวัยกำลังเจริญเติบโตวันละ 1-2 ฟองกำลังเหมาะ ดื่มนมไขมันต่ำกินข้าวซ้อมมือแทนข้าวขัดสี
เลิกเขี่ยกระเทียมเพื่อหัวใจ


เคล็ดลับที่2 ...หมั่นออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ ประโยชน์ของมันก็รู้กันดี ทำให้สวย หล่อ รูปร่างดี มีความสุขสมองปลอดโปร่งโล่งสบาย กระฉับกระเฉง ว่องไว มีสิ่งเหล่านี้ปุ๊บคุณค่าในตัวเองก็บังเกิดเจิดจรัส


เคล็ดลับสายกลาง...ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ลด ละ เลิก พฤติกรรมร้ายๆในชีวิตประจำวัน ขวนขวายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความนึกคิดดีๆเข้าตัวเองเพื่อชีวิตของคุณ เพื่อหัวใจดวงเดียวของคุณ เดินทางสายกลาง รักและดูแลตัวเองมากๆ เลิกบุหรี่ให้เด็ดขาด รับประทานอาหารเช้า เพิ่มพลังชีวิต

พักใจด้วยการหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อคุณหลับหัวใจคุณก็ได้พักตาม ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพเลิกเครียด

เคล็ดลับที่4... ความอ้วนก็เสี่ยง
ข้อนี้คนอ้วนอาจแสลงใจไม่ได้บอกให้ผอมแต่ให้แข็งแรง เพราะความอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันในโลหิตสูงและอื่นๆจะตามมาอีกมาก อย่าต้องรอให้เห็นโลงศพแล้วน้ำตาเพิ่งไหล ถึงตอนนั้นอาจไม่ทันการ


เคล็ดลีบสุดท้าย...หัวใจใครก็ต้องถนอม
ความรัก... ถ้าความรักทำให้เลือดคุณสูบฉีดทั่วร่างนั่นเป็นข้อดีของ ความรักที่ทำให้ได้บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ และทำให้ความรู้สึกนึกคิดและชีวิตในห้วงเวลานั้นของคุณเบ่งบานตามไปด้วย นี่คือข้อดีของความรักขั้นปฐมภูมิ
เข้าใจตัวเอง... ข้อนี้ใครจะรู้ดีไปกว่าคุณเท่าทันตัวเองได้เท่าคุณ

สวดมนต์ เล่นโยคะ นั่งสมาธิ...ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลถึงภายใน อย่างโยคะเป็นทั้งการสร้างสมาธิและได้ออกกำลังกาย มีผลดีต่อหัวใจอย่างแรง
อยู่กับปัจจุบัน...ก่อนเราจะรับหัวใจใครมาดูแล...โปรดกรุณาดูแลหัวใจของตัวคุณเองให้ดีก่อน!!!

ความก้าวหน้าในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจในปัจจุบัน
กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดมาเลี้ยงจากเส้นเลือดโคโรนารี่ซึ่งเป็นเส้นเลือดเล็กๆ แยกออกจากเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือด โคโรนารี่เป็นเส้นเลือดที่เกิดการตีบตันหรืออุดตันได้ง่ายและบ่อยกว่าเส้นเลือดแดงอื่นๆ เมื่อเส้นเลือดโคโรนารี่ตีบจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก (angina)

ขจัดสี่วายร้ายให้ไกลตัว

สี่วายร้ายที่กล่าวถึงนี้ คือ ภาวะหรือโรคที่ชอบร่วมก๊วนกันเป็นประจำ ได้แก่ ความอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดผิดปกติ ทั้งสี่เป็นภาวะหรือโรคที่เป้นภัยคุกคามต่อสุขภาพของคนเราได้มากมายอย่างคาดไม่ถึง
รักษ์หัวใจใส่ใจโคเลสเตอรอล
ในปัจจุบันพบว่า การป่วยด้วยโรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาก ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจจนมีบางคน กล่าวว่า การเป็นโรคเบาหวาน เป็นเสมือนหนึ่งว่า ได้มีโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยแล้วท่านอาจมีเพื่อน ญาติ คนรู้จักในสังคม ที่จากไปอย่างกะทันหัน เนื่องมาจากโรคหัวใจ หลายๆ คนจากไปในวัยที่ยังทำงาน ทำประโยชน์ ให้ครอบครัวและสังคม จากสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ในคนไทย คือ อุบัติเหตุ มะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมาหลายปี โรคหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบและตัน เป็นโรคที่เคยพบน้อยในอดีต กลับกลายเป็นโรคที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่พันธุกรรมในคนไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลง นั่นแสดงให้เห็นว่า สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงเป้นปัจจัยสำคัญมากในการส่งเสริมมให้เกิดโรคนี้ หัวใจเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์ เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต นับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญ และแข็งแรงมาก หัวใจจะทำงานได้เป็นปกติต้องอาศัยการทำงานที่เป็นระบบของไฟฟ้าหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจก็เช่นเดียวกันกับกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ต้องการออกซิเจน และอาหารจากเลือดมาหล่อเลี้ยงเพื่อให้บีบตัวต่อไปได้ หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ประกอบด้วยหลอดเลือดแดง 2 เส้น เรียกว่า โคโรนารี่ด้านขวา 1 เส้น และด้านซ้าย 1 เส้น ซึ่งจะแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นใหญ่ นอกจากนั้น แล้วแต่ละเส้น ยังส่งแขนงย่อยๆ ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอีกด้วย ดังนั้นหากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเหล่านี้เกิดการตีบ หรืออุดตัน ก็จะนำไปสู่ โรคหัวใจขาดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ไม่ดี กล้ามเนื้อหัวใจตาย ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือเสียชีวิตกะทันหัน
ไขมันโคเลสเตอรอลกับโรคหัวใจขาดเลือด ในร่างกายของคนเรา มีไขมันหลายชนิด ที่สำคัญ ได้แก่1. ไขมันโคเลสเตอรอลเป้นไขมันที่มีประโยชน์เป้นส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หากมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไป ไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดที่ไต ไม่เว้นแม้แต่อวัยวะเพศ เมื่อการตีบตันของหลอดเลือด ก็ทำให้อวัยวะนี้ขาดเลือดไปเลี้ยง
เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ รวมไปถึงการหย่อยสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย เรายังอาจแบ่งไขมันโคเลสเตอรอล ได้ย่อยๆ อีก ที่สำคัญ 2 ชนิด คือ 1.1 โคเลสเตอรอล ชนิดร้าย หรือ แอล-ดี-แอล (Low Density Lipoprotein Cholesterol, LDL-C) เป็นตัวที่มีบทบาทสำคัญในการสะสมในผนังของหลอดเลือดแดง ไขมันชนิดนี้ร่างการสร้างขึ้นเองส่วนหนึ่ง และมาจากอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันจากสัตว์ 1.2 โคเลสเตอรอล ชนิดดี หรือ เอช-ดี-แอล (High Density Lipoprotein Cholesterol, HDL-C) ไขมันชนิดนี้จะช่วยในการขนถ่ายโคเลสเตอรอลที่สะสมอยู่ออกมาทำลายจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจหลอดเลือด ดังนั้นหากยิ่งสูงจะยิ่งเป็นผลดี ไขมันนี้ร่างกายสร้างขึ้นเอง และจะสูงขึ้นในผู้ที่ออกกำลังแบบแอโรบิค อย่างสม่ำเสมอ2. ไขมันไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่มาจากอาหารร่วมกับร่างกายสร้างขึ้นที่ตับ ไตรกลีเซอไรด์เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย โดยอาหารพวกแป้งและน้ำตาล รวมทั้งโปรตีนที่เหลือใช้ จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ และถูกเก็บสะสมไว้ที่ชั้นไขมัน เพื่อเป้นพลังงานสำรอง ไขมันชนิดนี้ปัจจุบะนมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมีระดับ เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอลต่ำ
ไขมันสูง สูงเท่าไร จึงเป็นอันตราย เป็นคำถามที่ได้ยินเสมอว่า สูงขนาดไหน จึงเป็นอันตราย ต้องเข้าใจก่อนว่า ความจริงแล้วตัวไขมันในเลือดที่สูงนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดอาการ อาการต่างๆ เป็นผลมาจากการตีบตันของหลอดเลือดแดง ซึ่งต้องอาศัยเวลาหลายปี การสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดแดงนี้ เริ่มพบตั้งแต่ในวัยรุ่นแล้ว ผู้ที่เสียชีวิตกะทันหันก็ไม่ได้เกิดจากไขมันลอยไปอุดตันหลอดเลือด จากข้อมูลการศึกษาต่างๆ พบว่าระดับไขมัน โคเลสเตอรอลมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดแน่นอน และหากไขมันโคเลสเตอรอล (รวม) มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อัตราเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นมาก จากข้อมูลต่างๆ จึงกำหนดค่าของไขมันในเลือดไว้ดังนี้
โคเลสเตอรอล (รวม) (Total Cholesterol)
ระดับที่เหมาะสม น้อยกว่า

200 มก.ต่อดล.
เริ่มสูง คือ
200-239 มก.ต่อดล.
สูงคือมากกว่า
240 มก.ต่อดล.
แอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอล (LDL-Cholesterol)
ระดับที่เหมาะสม น้อยกว่า
130 มก.ต่อดล.
เริ่มสูง คือ
130-160 มก.ต่อดล.
สูง คือ มากกว่า
160 มก.ต่อดล.
สูงมาก คือ มากกว่า
190 มก.ต่อดล.

สำหรับ แอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอล ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด หรือเป็นเบาหวาน ควรให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 มก.ต่อดล. จะช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนทางหลอดเลือดลงได้
เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอล (HDL-Cholesterol)ระดับที่เหมาะสม มากกว่า 40 มก.ต่อดล.สูง (เป็นผลดี) มากกว่า 60 มก.ต่อดล.
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)ระดับเหมาะสม น้อยกว่า 150 มก.ต่อดล.
บทสรุป ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคหัวใจขาดเลือดแพงมาก การป้องกันโรคเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าการรักษา โรคหัวใจขาดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ บางปัจจัยไม่สามาระเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ เพศ พันธุกรรม แต่หลายปัจจัยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ไม่สูบบุหรี่ หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยชะลอ หรือลดปัญหาแทรกซ้อนจากโรคหัวใจลงได้ ดังนั้นหากท่าน รักหัวใจของท่าน หรือของคนข้างเคียง กรุณาใส่ใจโคเลสเตอรอลสักนิด ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้